สอบใบขับขี่รถยนต์ ที่ขนส่งคลองหลวง จ.ปทุมธานี 

เริ่มเรียนขับรถยนต์ หลักสูตร  10  ชั่วโมง  ไปเรียนได้  6  ชั่วโมงครูบอกว่าให้ลองไปสอบใบขับขี่ดูไปโดยกำหนดการสอบแบ่งเป็น 2 วัน   วันแรกสอบวันที่ 5 กรกฎาคม 2555  อบรม 4 ชั่วโมงและสอบข้อเขียน(ตั้งใจฟังข้อสอบอยู่ในหลักสูตรที่อบรม ถ้าไม่หลับสอบผ่านแน่นอนค่ะ)  ผลปรากฏว่าสอบผ่าน 

สอบใบขับขี่ท่าปฏิบัติ แบ่งการทดสอบออกเป็น 3  ท่า    และผู้เขียนสอบผ่านได้ใบอนุญาตขับขี่เรียบร้อยแล้ว จึงอยากแบ่งปันสำหรับผู้เตรียมสอบใบขับขี่ค่ะ สอบใบขับขี่รถยนต์อย่างไรให้ผ่าน เตรียมรถยนต์ถ้าไม่มีรถส่วนตัวก็เช่าที่สนามทดสอบ  ปรับกระจกข้าง เปิดกระจกทั้งสองด้านเพื่อให้กรรมการคุยกับเราได้  เปิดไฟฉุกเฉิน  ถ้าไม่เปิดไฟเลี้ยวหรือไฟฉุกเฉินก็ตกเช่นกัน 

ท่าที่ 1  การขับรถเดินหน้าและหยุดรถเทียบทางเท้า 

          1.ด้านซ้ายต้องขนานและห่างจากขอบทางไม่เกิน 25 ซม.

          2.กันชนหรือล้อหน้าต้องไม่เกินจุดหยุดรถ

          3.ไม่ขับรถปีนทางเท้าหรือขอบทาง

เทคนิค   1. มีสติ ต้องมีสมาธิ  สติอยู่กับตัวตลอดเวลา  จุดยากคือห้ามใช้เกียร์ถอยหลัง ถ้าใช้ตกทันทีและ

                  จอดระยะห่างเกินที่กำหนดก็ตกทันที

               2. ก่อนอื่นเลยอย่าลืมคาดเข็มขัดนิรภัย  ปิดโทรศัพท์มือถือ  อย่าลืมเปิดไฟเลี้ยวหากจะเลี้ยว หรืออาจจะเปิดไฟฉุกเฉินไว้เลยก็ได้  เทคนิคคือเราควรจัดรถให้มีระยะที่พอดีก่อนที่จะเข้าไปยังพื้นที่สอบค่อยๆวิ่งช้าๆ ใจเย็นๆ คันเร่งไม่ต้องเหยียบเลย ค่อยๆปล่อยรถไหลไปเริ่มจากจุดที่ 1 สติตั้งมั่น ไหลไปจุดที่ 2 เตรียมเล็งจุดเตรียมโดยสังเกตเส้นคู่ขนาน 2 เส้นริมฟุตบาทบังคับพวงมาลัยให้ตัวเราอยู่ตรงกลางระหว่าง 2 เส้นคู่ขนาน (ซึ่งตรงกับล้อฝั่งคนขับ)สังเกตซ้ายมือหัวรถอยู่ตรงป้ายห้ามจอด (จุดที่ 3) หมุนพวงมาลัยไปขวาสุดเมื่อหัวรถอยู่ตรงป้ายให้เลี้ยวขวา(จุดที่ 4) ให้คืนพวงมาลัยแล้วค่อยๆประคองรถเข้าจอดเทียบตามที่กำหนด จอดรถเปิดประตูนำเอกสารไปให้กรรมการ กลับขึ้นรถเพื่อเตรียมท่าที่ 2  (อย่าลืมคาดเข็มขัดนิรภัย)


ท่าที่ 2  การขับรถเดินหน้าและถอยหลังในทางตรง 

          1.ไม่ขับรถชนหรือเบียดหลัก

          2.ให้ขับรถเดินหน้าและถอยหลังได้เพียงครั้งเดียว

          3.เครื่องยนต์ต้องไม่ดับ

เทคนิค   1. ก่อนอื่นคาดเข็มขัดนิรภัยหรือยัง  การเข้าซอง (หน้าเข้า) เดินหน้าจนท้ายรถถึงเสาเหลืองห่างจากป้ายหยุดประมาณ 1 เมตร  ตัวเราจะอยู่ตรงเสาไฟฟ้าพอดี  แล้วถอยหลังช้าๆ ใจเย็นๆ มองกระจกหลังให้ตัวรถห่างเท่าๆ กันทั้งฝั่งซ้ายและขวาถอยจนตัวเราจะอยู่ตรงต้นไม้ฝั่งซ้ายมือพอดี จอดรอสักครู่ให้กรรมการเรียกให้ออกรถ ถ้าไม่เรียกก็ค่อยๆ เคลื่อนช้าๆ ออกไปเตรียมท่าที่ 3 ต่อไป

                                         

ท่าที่ 3  การขับรถถอยหลังเข้าจอดและออกจากช่องว่างด้านซ้าย 

          1.ขับรถถอยหลังเข้าจอดและออกจากช่องว่างด้านซ้ายต้องเปลี่ยนเกียร์ไม่เกิน 7 ครั้ง

          2.ต้องไม่ชนหรือเบียดหลัก

          3.ตัวรถต้องขนานกับของทางหรือหลักด้านซ้าย

เทคนิค   1. ตั้งพวงมาลัยตรงบังคับจากจุดที่ 2 ไปช้าๆ  เดินหน้า สังเกตให้มีระยะห่างที่เหมาะสม หมุนพวงมาลัยซ้ายสุดถอยมอง             กระจกหลังนับขณะที่ขับถอยหลังให้ตรงกับเสาที่ 5 จากนั้นหมุนพวงมาลัยขวา  2  รอบ แล้วขับถอยหลังให้ไฟหน้ารถอยู่เสาต้นแรก (จุดที่ 2) จากนั้นหมุนพวงมาลัยขวาสุดเข้าจอดตามรูป สามารถปรับเปลี่ยนได้ไม่เกิน 7 ครั้ง ถ้าขับเกินให้เดินหน้าไปอีกนิดแล้วถอยหลังแก้ไข  ดูหน้ารถตรงไหม ระยะห่างหน้าหลัง แล้วหมุนพวงมาลัยซ้าย 2 รอบ เพื่อปรับล้อให้ตรง เมื่อมั่นใจแล้ว หยุดรอเจ้าหน้าที่เมื่อเจ้าหน้าที่เรียกให้เอารถออกไปได้  จึงขับออกไปอย่างช้าๆ  เมื่อเสร็จขั้นตอนนี้แล้ววิ่งกลับมาหาเจ้าหน้าที่ เมื่อผ่านทั้ง 3 ท่าแล้วขึ้นไปถ่ายรูปทำใบขับขี่  ถ้าสอบไม่ผ่านกลับมาสอบแก้ไขในท่าที่เราสอบไม่ผ่านเช่นส่วนใหญ่จะไม่ผ่านในท่าที่ 1  แต่ท่าที่ 2 และ 3  สอบผ่าน อีก 3 วัน ก็ไปสอบแก้ตัวเฉพาะท่าที่ 1

                                                                                    

 

 

 

ใบย่านาง  

เมื่อเอ่ยถึงหลายคนอาจไม่รู้จัก  แต่คนอีสานจะคุ้นเคยดี เพราะจะเป็นพืชที่นำมาประกอบอาหารประเภทแกงหน่อไม้  หรือจะเป็นที่รู้จักในชื่อแกงเปอะ แต่จะมีใครทราบบ้างว่า ใบย่านาง  มีประโยชน์มากมายหลายอย่างอย่างคาดไม่ถึง  และเชื่อว่าต้องถูกใจหลายคนที่ต้องการหลีกเลี่ยงการกินยาลดความอ้วนที่อาจส่งผลข้างเคียง ตามที่มีข่าว เช่น นักศึกษามหาวิทยาลัยฯ กินยาลดความอ้วนเกินขนาดเสียชีวิตเฉียบพลัน เป็นต้น นอกจากนั้นแล้ว ใบย่านาง ยังแก้โรคเบาหวาน ,โรคความดัน ,โรคหัวใจ , โรคมะเร็ง ,โรคภูมิแพ้ ,โรคร้อนใน ,โรคไซนัสจมูกตัน,โรคไมเกรน,โรคริดสีดวงทวาร,กรดไหลย้อน ฯลฯ  ไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหม อย่ารอช้า เวลาไม่เคยคอยใคร ไหลไปเหมือนสายน้ำ ไปตลาดแถวบ้าน แล้วมุ่งไปแผงขายผักพื้นบ้านอีสาน ใบย่านาง 1 กำ ราคากำละ 5 บาท  ถ้าให้ดีใบเตย 10-20 ใบ เพื่อเพิ่มกลิ่นหอม (ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไรค่ะ)

วิธีทำน้ำย่านาง

-       ใบย่านาง    1  มัด (80-100 ใบ)  ล้างให้สะอาดทั้งหน้าใบหลังใบ

-       น้ำสะอาด   4  ลิตรครึ่ง

-       ใบเตย       3  ใบ

เลือกวิธีทำที่ตัวเองสะดวก

แบบที่ 1  นำใบย่านางที่เตรียมไว้ล้างให้สะอาด  แล้วนำมาขยี้กับน้ำสะอาด (ใส่ถุงมือที่เป็นแบบถุงพลาสติก เพื่อสุขอนามัย)  จนหมดเขียว

แบบที่ 2  ใช้ครกหิน

แบบที่ 3  ใช้เครื่องปั่น แต่ไม่ได้ผลเท่ากับใช้มือขยี้  เพราะความร้อนของเครื่องปั่นจะทำลายเอ็นไซท์ )ใส่น้ำเกือบเต็มโถปั่น ปั่นประมาณ 30 วินาที หรือ 45 วินาที แล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง หรือตะแกงตาถี่ (ที่ร่อนแป้งด้ามพาสติก) กากนำมาปั่นซ้ำ ได้อีก7-8ครั้ง หรือจนกว่าจะหมดเขียว

 

เมื่อเลือกทำวิธีที่ตัวเองถนัดและสะดวกแล้ว  ทำตามขั้นตอนเสร็จ  ใช้ผ้าขาวบางกรองเอาแต่น้ำสีเขียว  ดื่มแทนน้ำได้ทั้งวัน  เก็บไว้ในตู้เย็นไว้ดื่มได้ 4 – 5  วัน  สังเกตถ้ารสชาดเปลี่ยนสรรพคุณจะเริ่มเสื่อมแล้ว  ถ้าเสียแล้วจะเริ่มมีรสเปรี้ยว 

การรักษาและนำไปใช้


การรักษาถ้าต้องการให้ได้ผลเร็ว  ดื่มวันละ  1.5  ลิตรขึ้นไป  

ผู้ป่วยเบาหวาน  ดื่ม  1-2 สัปดาห์ และกินอาหารธรรมชาติแบบหมอเขียว น้ำตาลในเลือดวัดแล้วจะลดลง   เป็นเรื่องจริงที่พิสูจน์ได้ ด้วยตัวของผู้ที่เป็นเบาหวานเอง


ป็นเบาหวานก็ดื่มได้ครับ ช่วยป้องกันโรคที่ไม่มีเชื้อโรค เช่น โรคอ้วน,ความดัน,เบาหวาน,หัวใจ,มะเร็ง,ตับ,ไต,ภูมิแพ้, นอนกรน กรดไหลย้อน ฯลฯ

เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการดื่มน้ำย่านางผู้ที่เป็นมะเร็ง, เบาหวาน,โรคอ้วน,ไขมันในเลือดสูง ห้ามกินอาหารที่มีฤทธิ์ร้อน เช่น พริกไทย,กะเพรา,ขิง,ข่า,ใบมะกูด ฯลฯ และอาหาร รสจัด เช่นหวานจัด,เผ็ดจัด,
เค็มจัด,มันจัด,อาหารปิ้ง,ย่าง,ทอด,อบด้วยความร้อนสูง เพราะอาหารที่มีฤทธิ์ร้อน  จะทำให้โรครุนแรงขึ้น โบราณท่านว่าเป็นของแสลง

ในช่วงที่ต้องการลดความอ้วน ลดพุง ลดไขมันที่สะสมตามส่วนต่างๆของร่างกายมานาน
ต้องงดอาหารที่มีฤทธิ์ร้อน กินแต่อาหารที่มีฤทธิ์เย็น เพื่อร่างการจะได้เผาผลาญไขมันเก่า
ให้เป็นพลังงานได้เต็มที่ ใช้ได้ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย สัปดาห์แรก ลดได้  3-4  กก.ได้สบายๆ
ถ้าเน้นอาหารธรรมชาติ ฤทธิ์เย็น พืชผักให้มากๆ(ผักปลอดสารพิษ)ปรุงแต่งน้อย และเน้นรสจืด ใส่เกลือน้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้กินผักสด, ลวก,หรือต้มไฟปานกลาง,นึ่ง ไม่ใช้ผงชูรส, งดการอาหารผัด,
งดอาหารที่ใส่น้ำมันทุกชนิด งดขนมหวานทุกชนิด ร่างกายจะได้นำไขมันที่สะสมมาเผาผลาญให้เป็นพลังงานแทนครับส่วนข้าว เป็นข้าวขาว หรือข้าวกล้องก็ได้       ถ้ารู้สึกเหนื่อยไม่มีแรง ควรดื่มน้ำผึ้งเล็กน้อย   หรือ น้ำแตงโม(แตงโมปลอดสารพิษ)

 

edit @ 10 Sep 2012 19:44:47 by Nattha